วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ภาพความสำเร็จของศูนย์การเรียน ต.ชะเมา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ต.ชะเมา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ---------------------- ความเป็นมา ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชได้จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือเด็กพิการ ๐-๕ ขวบ ให้แก่เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครู อสม.และผู้ปกครองในปี พ.ศ.๒๕๕๑ ในจำนวนผู้เข้าร่วมอบรมมีการจุดประกาย นักพัฒนาชุมชน อบต.ชะเมาคนหนึ่ง(นางพัชรี ศรีทองคำ) ที่เกิดแนวคิดในการช่วยเหลือคนพิการซึ่งถูกสังคมทอดทิ้งขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง และต้องการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจึงได้ไปศึกษาดูงานจากมูลนิธิเพื่อเด็กพิการและศูนย์การศึกษาพิเศษฯแล้วกลับมาสำรวจข้อมูลในชุมชน พบว่า มีคนพิการทั้งสิ้น ๑๙ คน (เด็กพิการ ๑๑ คน ผู้ใหญ่ ๘ คน)และได้ประสานความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพิเศษฯและมูลนิธิเพื่อเด็กพิการให้บริการเยี่ยมบ้าน พบว่า ผู้ปกครองส่วนหนึ่งนำบุตรหลานไปฟื้นฟูสมรรถภาพในโรงพยาบาลประจำจังหวัด ทำให้ประสบปัญหาในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และผู้ปกครองยังขาดความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการดูแลช่วยเหลือเด็กพิการ จากการดำเนินงานการให้บริการแก่ครอบครัวเด็กพิการที่บ้านระยะเริ่มต้น ทำให้ครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องมีเจตคติที่ดี มีความรู้ ความเข้าใจ เกิดทักษะ มีความตระหนักในการดูแลช่วยเหลือเด็กพิการได้อย่างเหมาะสม ทำให้เด็กพิการมีพัฒนาการที่ดี ปรับตัวให้อยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้ สามารถส่งต่อเข้าเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น และเป็นต้นแบบของโครงการปรับบ้านเป็นห้องเรียนเปลี่ยนพ่อแม่เป็นครู ซึ่งต่อมาได้มีการขับเคลื่อนเป็นนโยบายระดับประเทศ ความสำเร็จในการให้บริการที่บ้าน ทำให้ครอบครัวเด็กพิการสามารถนำบุตรหลานออกสู่สังคม เกิดการยอมรับ เห็นคุณค่าและให้ความสำคัญต่อเด็กพิการ นอกจากนั้นยังพบว่า มีครอบครัวเด็กพิการอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ศูนย์การศึกษาพิเศษจึงได้จัดทำประชาสังคมเกี่ยวกับความต้องการในการรับบริการช่วยเหลือเด็กพิการ ในแต่ละชุมชน ผลจากได้ดำเนินการจัดทำประชาสังคม ทำให้เกิดการรวมกลุ่มของครอบครัวเด็กพิการ ต่อมาจึงมีการติดต่อ ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายนำเสนอโครงการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาเด็กพิการ อบต.ชะเมา และโครงการได้รับอนุมัติ ให้ใช้อาคารเอนกประสงค์ของหมู่บ้าน ซึ่งศูนย์การศึกษาพิเศษฯได้ให้ความรู้ แก่อาสาสมัคร ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ต่อมา อบต.ได้ทำการคัดเลือก อาสาสมัครดูแลคนพิการ จำนวน ๓ คน โดยศูนย์การศึกษาพิเศษและเครือข่ายร่วมกันรับผิดชอบ มีการจัดประชุมวางแผน เตรียมความพร้อมสำหรับให้บริการ ด้านสถานที่ สื่อ อุปกรณ์ แผนปฏิบัติงานประจำปี งบประมาณ วิทยากรและอื่นๆ ตามความจำเป็น มีการพบกลุ่มเดือนละ ๑ ครั้ง ต่อมาเพิ่มเป็นเดือนละ ๒ ครั้ง รูปแบบกิจกรรมในการพบกลุ่ม ประกอบด้วย กิจกรรมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวโดยการสร้างองค์ความรู้ให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง การฝึกทักษะการดูแลช่วยเหลือเด็กพิการด้านต่าง ๆ กิจกรรมนันทนาการ การผลิตสื่อ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการฝึกทักษะที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมพัฒนาทักษะสำหรับเด็กพิการ โดยมีตารางกิจกรรมประจำวัน ประกอบด้วย กิจกรรมวงกลม(เคารพธงชาติ สวดมนต์ สมาธิ การเคลื่อนไหว นันทนาการ ชี้แจงข่าวสาร) กิจกรรมฐาน(ฐานที่ ๑ การศึกษาพิเศษ ฐานที่ ๒ กายภาพบำบัด/นวดไทย/โดสะโฮ ฐานที่ ๓ ทักษะช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน )กิจกรรมวิชาการ/งานอาชีพ สรุปบทเรียน/นัดหมาย หลังจากจัดกิจกรรมแต่ละฐานมีการประเมินความก้าวหน้าของพัฒนาการสำหรับเด็กและความเข้มแข็งของครอบครัวอย่างต่อเนื่องโดยครูการศึกษาพิเศษและทีมสหวิทยาการ กิจกรรมการเรียนรู้สำหรับครอบครัวเด็กพิการ ประกอบด้วย ค่ายทักษะชีวิตสำหรับเด็กพิการ ค่ายครอบครัวสัมพันธ์ การศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ มีการนำเสนอผลงานของครอบครัวที่ประสบความสำเร็จในเวทีระดับจังหวัด/ภาค/ประเทศ ความสำเร็จศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ต.ชะเมา เมื่อกลุ่มครอบครัวเด็กพิการมีความเข้มแข็ง ภาคีเครือข่าย จะลดบทบาทในการให้ความช่วยเหลือลง และส่งเสริมพัฒนาครอบครัวให้มีบทบาทในการเป็นผู้นำกลุ่ม โดยมีคณะกรรมการดำเนินการในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เครือข่ายและครูการศึกษาพิเศษเป็นที่ปรึกษา มีการกำหนดตารางกิจกรรม สถานที่ วันเวลา ผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน เกิดเป็น ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการในชุมชน ที่สามารถตอบสนองปัญหาและความต้องการของครอบครัวเด็กพิการและชุมชนทำให้สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต มีการพบกลุ่มเดือนละ ๔ ครั้ง โดยมีอบต.ชะเมา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ จ.นครศรีธรรมราช ศูนย์อนามัยที่ ๑๑ โรงเรียนวัดมัชฌิชเขตชลธารามและศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีความตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของการบูรณาการในการพัฒนาแบบองค์รวม มุ่งเน้นและให้ความสำคัญของการมีส่วนร่วม ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน เช่น ครอบครัวเด็กพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และผู้เกี่ยวข้อง มีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือ ปัจจุบัน คนพิการที่จดทะเบียน มีเด็กพิการ ๑๒ คน (ผู้ใหญ่ ๔๘ คน) รวม ๖๐ คน ปัจจัยสู่ความสำเร็จ ๑.การมีส่วนร่วมของเครือข่ายที่เข้มแข็งทำให้เกิดความมั่นใจในการทำงาน หากเกิดปัญหาอุปสรรคจะมีเครือข่ายร่วมช่วยเหลือและแก้ปัญหาด้วยกัน ๒.ผู้นำ/ผู้บริหารองค์กรและชุมชนให้ความสำคัญให้การสนับสนุนส่งเสริมทั้งงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ทรัพยากรและบุคลากร ๓.อาสาสมัคร(อบต.ชะเมา)และครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ(ศูนย์การศึกษาพิเศษฯ)ได้รับการยอมรับจากชุมชนก่อให้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ๔. ชุมชนและสังคมให้โอกาส ให้การยอมรับ ทำให้คนพิการออกสู่สังคมได้อย่างมั่นใจ การขยายผล ๔.๑ มีการขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆเพิ่มขึ้น จำนวน ๑๓ ศูนย์การเรียนเฉพาะความเด็กพิการในชุมชน และให้บริการเยี่ยมบ้าน จำนวน ๕ กลุ่มพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ๔.๒ เด็กพิการมีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีความสามารถในด้านทักษะต่างๆ เช่น สามารถช่วยเหลือตนเอง สื่อสาร โต้ตอบกับบุคคลอื่นให้เข้าใจได้ เรียนรู้ทักษะทางวิชาการ ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับเด็กปกติ ๔.๓ ครอบครัวและชุมชน มีเจตคติที่ดี มีความรู้ ความเข้าใจ มีความตระหนักต่อคนพิการ เกิดการยอมรับ เปิดโอกาสให้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในชุมชน ๔.๔ ครอบครัวและผู้เกี่ยวข้อง ผลิต สื่อและอุปกรณ์ในการฝึกทักษะเด็กพิการ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น เก้าอี้ฝึกนั่ง กระดานฝึกยืน รอกไม้คู่ ราวไม้คู่ แอกเวียน กระดานหก S Five In One ๔.๕ เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน มีคณะผู้บริหารสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ นักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ๔.๖ ครอบครัวและชุมชนสามารถเข้าถึงบริการจากภาครัฐและใช้สิทธิที่พึงมีตามพ.ร.บ.และสามารถดูแลช่วยเหลือเด็กพิการได้ด้วยตนเอง ทำให้ครอบครัวเข้มแข็งเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ๔.๗ เป็นต้นแบบในการจัดตั้งศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการในชุมชน ในพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น